บทที่ 23 พันธะร้อน วิวาห์สวาท EP23

                “ไอ้ณัชทางนี้” รุจตะโกนเรียกเพื่อนรักเสียงดัง จนเจ้าของชื่อที่เห็นอยู่ก่อนแล้ว ถึงกับยิ้มกว้างมากขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับสอดส่ายสายตามองหาบุตรสาวของเพื่อนไปด้วย

และเมื่อทั้งสี่ได้พบเจอกัน รุจและณัชพลก็โผเข้าสวมกอดกันทันที โดยที่ฝั่งของภรรยาก็จับไม้จับมือ เพื่อแสดงความคิดถึงต่อกัน ภาพของบุพการีทำให้นวินได้แต่ส่ายหน้า เนื่องจากชายหนุ่มไม่ได้รู้สึกยินดีด้วยเลยสักนิด สำหรับการเดินทางกลับไทยในครั้งนี้

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะคะคุณณัช เหมยลี่” ลลนาเอ่ยต้อนรับทั้งสองคนด้วยความยินดี ก่อนจะหันไปมองสองหนุ่มที่ยืนอยู่ไม่ห่างกัน      พร้อมกับพินิจพิจารณาว่า คนไหนกันที่เป็นว่าที่ลูกเขยของตัวเอง

“มองหาลูกชายของฉันใช่ไหม” เหมยลี่ที่เห็นสายตาของลลนา       ก็เอ่ยถามออกมาอย่างรู้ทัน

“จ้ะ คนไหนล่ะลูกชายของเธอเหมยลี่”

“นั่นสิ ไหนคนไหนตานิก ฉันให้แกส่งรูปมาให้ดู รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะก็ไม่ส่ง” รุจสมทบภรรยาด้วย พร้อมกับมองชายหนุ่มรุ่นลูกสองคนสลับกันไปมา อย่างคาดเดา

“มองยังไงไม่รู้ว่าคนไหนตานิก หล่อทะลุแว่นออกมาขนาดนั้น”   ณัชพลรู้สึกฉุนไม่น้อย ที่เพื่อนรักมองไม่ออกว่า คนไหนลูกชายเขาคนไหนคนอื่น เนื่องจากส่วนตัวแล้ว ไม่ค่อยจะพอใจนักที่คิมหันต์เดินทางกลับมาด้วยกันในครั้งนี้

“อ้าว ทำไมต้องมาอารมณ์เสียใส่วะ ก็หล่อทั้งสองคน ฉันจะรู้ไหมว่าคนไหนลูกแก” รุจเองก็ไม่ยอมเหมือนกัน เมื่อเพื่อนรักขึ้นเสียงใส่ มีหรือคนที่ลับฝีปากกันมาตลอดจะยอม

“ใจเย็นๆ สิคะ คุณจะมาวางมวยกันที่สนามบิน ตั้งแต่วันแรกที่เจอกันเลยหรือไงคะ” เหมยลี่ปรามสามี เพราะไม่อยากให้ต้องมาทะเลาะกัน ด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้

นวินได้แต่ส่ายหน้าด้วยความระอา ก่อนจะตัดสินใจยกมือพนมขึ้นไหว้ รุจและลลนาที่ยืนอยู่ตรงหน้า เพื่อเป็นการตัดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น

“สวัสดีครับคุณอา ผมนิกครับ คุณอาทั้งสองสบายดีใช่ไหมครับ”

“เราเองเหรอตานิก ไหนถอดแว่นให้อาดูหน้าเราชัดๆ หน่อยสิ      จะหล่อเหมือนที่พ่อของเราโม้ไว้หรือเปล่า” รุจรีบหันมาตามต้นเสียง     พร้อมกับสั่งกรายๆ ให้ลูกชายของเพื่อนถอนแว่นตาที่สวมใส่อยู่ออก    เพราะอยากจะรู้เหลือเกินว่า อนาคตลูกเขยของเขา จะหล่อสมกับลูกสาวที่สวยราวกับนางฟ้าหรือไม่

นวินเมื่อถูกขอร้องก็เลยใช้มือหยิบแว่นที่สวมใส่อยู่ออก เผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับรูปปั้น ริมฝีปากยกยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ราวกับคนอารมณ์ดี ทว่าในใจแล้วนั้น ไม่ได้รู้สึกดีเลยสักนิด

“เป็นไงล่ะ ถึงกับอึ้ง หล่อใช่ไหม ไหนลูกสาวแกอยู่ไหน มาให้ยลโฉมหน่อยสิ ว่าจะคู่ควรกับพ่อเทพบุตรของฉันหรือเปล่า” ได้ทีณัชพลก็โอ้อวดลูกชายเสียยกใหญ่ จนคนถูกชมถึงกับหันหน้าหนีเพราะความอาย   ส่วนคนที่รับรู้มาตลอดเรื่องการหลงรูปบุตรชายมาโดยตลอดอย่างคิมหันต์  ก็อดที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ ไม่ได้

“เออ หล่อสมกับลูกบัวจริงๆ แต่เสียดายลูกสาวฉันยังติดธุระอยู่ที่ภูเก็ต เลยมารับแกกับลูกชายไม่ได้ อาขอโทษแทนน้องด้วยนะตานิก”

“ไม่เป็นไรครับคุณอา” นวินรีบตอบกลับด้วยน้ำเสียงดีใจ ที่แสดงออกมาทั้งทางน้ำเสียงและใบหน้า จนรุจและลลนารู้สึกได้

“ก็ไม่เป็นไร หนูบัวยังไม่กลับ ก็ให้ตานิกนี่แหละไปรับ แกว่าไงวะไอ้รุจ” คนเจ้าเล่ห์กว่ามีหรือจะไม่ล่วงรู้ ถึงความรู้สึกของบุตรชาย จึงได้จัดการวางแผนให้เสร็จสรรพ โดยที่เจ้าตัวแสบไม่มีทางปฏิเสธได้อย่างเด็ดขาด

“มันต้องอย่างนี้สิไอ้เพื่อนรัก”

รุจเองที่มีความคิดในหัวอยู่เหมือนกัน ก็จัดการตบไปที่บ่าของเพื่อนรักเสียงดังปาบ จนไหล่ของคนโดนกระทำแทบทรุด แต่กระนั้นก็ยังคงมีรอยยิ้มระบายอยู่บนใบหน้า อย่างคนมีความสุข มีเพียงนวินคนเดียวเท่านั้น ที่ไม่ได้รู้สึกยินดีกับคำสั่งของผู้ให้กำเนิดเลยแม้แต่น้อย

“เออ ว่าแต่พ่อหนุ่มคนนี้ชื่ออะไรล่ะเรา” รุจเอ่ยถามออกมา เพราะยังไม่ได้รู้จักชื่อเสียงเรียงนาม ของชายหนุ่ม   รุ่นลูกอีกคน ที่มาด้วยกันกับว่าที่ลูกเขย

“สวัสดีครับ ผมชื่อคิมหันต์ เป็นเพื่อนรักของนิกครับ”

คิมหันต์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่ม ใบหน้าแย้มยิ้มส่งกลับไปให้กับผู้ถามอย่างเป็นมิตร ซึ่งรุจเองก็ยิ้มทักทายกลับเช่นกัน แต่จะมีอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ไม่ยิ้มแย้มด้วย เมื่อไม่ได้ต้องการให้คนแนะนำตัว ร่วมเดินทางมาด้วยตั้งแต่ต้น ถ้าไม่ติดว่าเจ้าลูกตัวแสบขู่เอาไว้ ถ้าไม่ให้เพื่อนรักคนนี้เดินทางมาด้วยกัน ก็จะไม่ยอมกลับประเทศไทยเด็ดขาด

“ชื่อเพราะสมกับหน้าตา ว่าแต่มีแฟนหรือยังน่ะเรา”

“จะถามประวัติเพื่อทำทะเบียนราษฎร์หรือไงวะ ไปๆ รถจอดอยู่ไหน” ณัชพลรีบตัดบท พร้อมกับเร่งให้เพื่อนรักพาไปที่ยังรถยนต์ทันที

สุดท้ายบุคคลทั้งหกก็ได้พากันเดินทางออกจากอาคารผู้โดยสาร ตรงไปยังลานจอดรถทันที และเมื่อเดินมาถึงรถตู้ขนาดใหญ่ ซึ่งคนขับรถได้ติดเครื่องยนต์รอไว้อยู่ก่อนแล้ว กระทั่งสมาชิกทั้งหมดก้าวขึ้นไปนั่งบนรถ เสียงพูดคุยระหว่างรุจและณัชพลก็ดังลั่นตั้งแต่รถเคลื่อนตัว กระทั่งเดินทางฝ่าจราจรที่ติดขัด เข้าสู่หมู่บ้านขนาดใหญ่ ราคาแต่ละหลังนั้นไม่ต้องพูดถึง สิบล้านขึ้นไปทั้งนั้น

รถตู้คันหรูถูกสั่งให้จอดอยู่บริเวณหน้าบ้านหลังใหญ่ ประตูรั้ว     อัลลอยด์สีทองเลื่อนเปิดออก หลังจากที่รุจกดรีโมทจากภายในรถ จากนั้นรถถึงได้เคลื่อนเข้าสู่ตัวบ้าน ที่เป็นอาคารสีขาวและดูสะอาดสะอ้าน       ตามแบบที่เจ้าของชอบ มีสนามหญ้าขนาดใหญ่ ซึ่งถูกดัดแปลงให้เป็นสองส่วน ในส่วนแรกคือพื้นที่สำหรับแปลงดอกไม้ ที่ตอนนี้กำลังบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณ ส่วนที่สองเป็นสนามไดร์ฟกอล์ฟ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมยามว่างสำหรับเจ้าของบ้านนั่นเอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป